ประวัติศาสตร์มารยาทและความเป็นผู้ดีไทย / แพทริค โจรี / วรรณา จรรยาประเสริฐ / ฟ้าเดียวกัน

คุณสมบัติสินค้า:

SKU : 9786169476764

ประวัติศาสตร์มารยาทและความเป็นผู้ดีไทย โดยแพทริค โจรี (Patrick Jory) คือความพยายามที่จะปอกเปลือกมารยาทและความเป็นผู้ดีไทยออกมาสำรวจพิจารณาอย่างถึงแก่น โดยสืบย้อนอย่างเป็นระบบว่าความประพฤติของผู้คนในสังคมไทยนั้นมีรากฐานมาจากอะไร เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรและด้วยปัจจัยใด

Share

ประวัติศาสตร์มารยาทและความเป็นผู้ดีไทย

"ช่วงเวลาหลังทศวรรษ 2500 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจว่าแนวคิดเรื่องความอ่อนน้อม (servility) ได้กลายมาเป็นหลักการพื้นฐานของมารยาทไทยในนิยามของทางการได้อย่างไร พิธีการและพิธีกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในช่วงเวลานี้ ประเทศไทยกลายเป็นเหมือนสังคมราชสำนักขนาดมหึมาที่มีพุทธกษัตริย์ผู้ทรงธรรมเป็นประมุขและบริหารงานโดยข้าราชบริพารที่จงรักภักดี นาฏกรรมสำแดงมารยาทต่อสาธารณชนในประเทศไทยตามพิธีการต่างๆ ที่นักเรียนนักศึกษาและพลเมืองถูกบังคับให้เข้าร่วมนั้น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการตอกย้ำสถานะเดิม (status quo) ดังที่เอเลียสให้ข้อสังเกตในกรณีของสังคมราชสำนักฝรั่งเศสในยุคสมบูรณาญาสิทธิ์ว่า "มารยาทไม่ใช่เรื่องของพิธีการ แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการปกครองข้าไพร่"
โดย แพทริค โจรี

----------

แลธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้ในประเทศสยามนี้ เห็นว่าเป็นการกดขี่แก่กันแข็งแรงนัก

ล่วงมาเกือบ 150 ปีนับจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประกาศยกเลิกธรรมเนียมหมอบกราบด้วยพระราชวินิจฉัยข้างต้น ในห้วงเวลาที่สยามกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะสมัยใหม่ การหมอบกราบกลายเป็นสิ่งล้าหลังไร้อารยะในความคิดของชาวตะวันตก กระทั่งหลังปฏิวัติ 2475 สามัญชนไทยผู้มีแนวคิดก้าวหน้าต่างมองว่าการหมอบกราบเป็น “ซากเดนจากยุคศักดินา” และพยายามอย่างยิ่งที่จะรื้อถอนวัฒนธรรมเหล่านี้ไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองใหม่

ทว่าในความเป็นจริง วัฒนธรรมการกดทับผ่านร่างกายไม่เคยเลือนหายไปจากสังคมไทย ทั้งยังมีการปรับตัว แทรกซึม และผลิตซ้ำอย่างเป็นระบบมาตลอดประวัติศาสตร์สมัยใหม่ จวบจนถึงปัจจุบัน เราจึงยังเห็นภาพข่าวนักการเมืองตลอดจนบรรดาเจ้าสัวต่างหมอบกราบขณะเข้าเฝ้าองค์กษัตริย์ ข้าราชการตลอดจนประชาชนทั่วไปหมอบกราบต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และขบวนเสด็จ นักเรียนนักศึกษาถูกบังคับให้หมอบกราบ คลานเข่า หรือทำพิธีกรรมกลางแดดฝนเพื่อแสดงความเคารพครูบาอาจารย์ผู้อาวุโส

ท่ามกลางกระแสการตั้งคำถามที่พุ่งทะลุเพดานในช่วงปี 2562–2563 ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่กล้าท้าทายขนบเดิมอันเป็นรากของความไม่เสมอภาคในสังคม การโต้กลับของฝ่ายอนุรักษนิยมก็ดำเนินไปอย่างหนักหน่วง แม้การต่อสู้ทางความคิดจะรุดหน้าไปเพียงใด ทว่าในปริมณฑลของเนื้อตัวร่างกาย รัฐไทยกลับยังคงรักษาอิทธิพลครอบงำไว้ได้อย่างมหาศาล โดยมีมารยาทเป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบพยศและกล่อมเกลาประชาชน ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์มารยาทและนำเอาเนื้อตัวร่างกายกลับมาเป็นสมรภูมิในการต่อสู้ทางการเมืองจึงเป็นภารกิจที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด

เชื่อว่าตั้งแต่เด็กจนโต “มารยาท” คือสิ่งที่ผู้อ่านคงจะต้องเรียนรู้ ปฏิบัติ และสืบสานในฐานะพลเมืองไทยที่ดี ผู้ใหญ่ในครอบครัวปลูกฝังให้ลูกหลานรู้จักมารยาทและมีสัมมาคารวะ สถาบันการศึกษาพร่ำสอนให้นักเรียนประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยและกฎเกณฑ์ของสังคม เคารพเชื่อฟังพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้อาวุโส ไม่แสดงกิริยาดื้อรั้นหรือต่อต้าน ครั้นเมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน กิริยามารยาทและการวางตัวอาจเป็นเกณฑ์ตัดสินความก้าวหน้าเหนือความรู้ความสามารถในการเข้าสังคม หากมารยาทบกพร่อง ก็อาจถูกตำหนิว่าไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน ขาดสมบัติผู้ดี หรือกระทั่งไม่มีคุณลักษณะ “เป็นไทย”

กระนั้น “มารยาทไทย” ที่สถาบันต่างๆ ในสังคมของเราพร่ำเอ่ยถึงนี้คืออะไรกันแน่? คือสมบัติอัตลักษณ์ของชาติไทยอันเก่าแก่เหนือกาลเวลา ไม่ขึ้นต่อกาลสมัยและบริบททางสังคมการเมือง ดังที่คนเก่าคนแก่หรือกระทั่งพระพุทธองค์ได้ค้นพบเนิ่นนานมาแล้วว่าเป็นของดี หรือแท้จริงคือนวัตกรรมทางสังคมที่ถูกประดิษฐ์และปรุงแต่งขึ้น เพื่อให้สอดรับกับสภาพความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ตลอดจนความปรารถนาเยี่ยงปุถุชนที่ปรับเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขปัจจัยทางอำนาจและเศรษฐกิจ

ประวัติศาสตร์มารยาทและความเป็นผู้ดีไทย โดยแพทริค โจรี (Patrick Jory) คือความพยายามที่จะปอกเปลือกมารยาทและความเป็นผู้ดีไทยออกมาสำรวจพิจารณาอย่างถึงแก่น โดยสืบย้อนอย่างเป็นระบบว่าความประพฤติของผู้คนในสังคมไทยนั้นมีรากฐานมาจากอะไร เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรและด้วยปัจจัยใด กรอบคิดที่กำหนดนิยามมารยาทและความเป็นผู้ดีไทยได้ถูกท้าทาย ปรับปรุง หรือแทนที่อย่างไรท่ามกลางความสับสนวุ่นวายในศตวรรษที่ผ่านมา และชนชั้นนำไทยในแต่ละยุคสมัยพยายามที่จะสร้างบรรทัดฐานความประพฤติที่แตกต่างกันไปอย่างไรสำหรับใช้จัดวางตำแหน่งแห่งที่ของประชาชนในโครงสร้างสังคมไทย

ในขณะที่ความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมนับตั้งแต่สังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่ภาวะสมัยใหม่นั้น มักเป็นที่เข้าใจว่าเกิดขึ้นจากอิทธิพลภายนอก เช่น วัฒนธรรมตะวันตก โลกาภิวัตน์ หรือทุนนิยม โจรีกลับชี้ชวนให้เราขบคิดในมุมมองที่น่าสนใจว่า แท้จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีที่มาจากความต้องการภายในสังคมไทยเองด้วย เมื่อโครงข่ายความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมเปลี่ยนไปอันเป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากอาณาจักรศักดินาสู่รัฐชาติรวมศูนย์ภายใต้ระบอบสมบูรณา­ญาสิทธิ­ราชย์ จากสังคมราชสำนักและไพร่-ทาสสู่สังคมกระฎุมพีที่มุ่งเน้นการค้า จากการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ถึงการฟื้นฟูอำนาจสถาบันกษัตริย์ในช่วงสงครามเย็น ตลอดจนการปลดปล่อยพลังทางเศรษฐกิจ-การเมืองของมวลชนขนาดใหญ่ในชนบทเมื่อไม่นานมานี้ หนังสือเล่มนี้ศึกษาวรรณกรรมและงานเขียนที่เกี่ยวเนื่องกับมารยาท ซึ่งจะช่วยฉายภาพความรู้สึกนึกคิดของผู้คนในแต่ละยุค ที่จำเป็นต้องดิ้นรนหาวิธีรับมือกับรูปแบบความสัมพันธ์ทางสังคมที่เปลี่ยนไป และดังนั้นจึงต้องเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตนในรูปแบบที่แตกต่างออกไปด้วย

ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่การบอกเล่าประวัติศาสตร์ความเปลี่ยนแปลงของมารยาทและแนวคิดเรื่องผู้ดี แต่โดยอาศัยกรอบวิเคราะห์แบบสังคมวิทยา โจรีชี้ให้เห็นว่ามารยาทและความประพฤติไม่ได้เป็นเพียงระเบียบพิธีหรือธรรมเนียมปฏิบัติที่ฉาบฉวยไร้เดียงสา หากคือเครื่องมือปกครองที่ทำให้การสยบยอมต่ออำนาจกลายเป็นธรรมชาติที่สองของเรา เป็นการขัดเกลาที่จดจารระเบียบทางสังคมลงบนเนื้อตัวร่างกาย การสมาทานโครงสร้างลำดับชั้นทางสังคมจึงไม่จำเป็นต้องอาศัยกำลังหรือกฎหมายบีบบังคับดังที่เรามักเข้าใจ กลไกรัฐสามารถทำให้เราศิโรราบต่อระเบียบสังคมในนามของความดีงามและความเหมาะสม ผ่านการปลูกฝังลักษณะนิสัยและอบรมสั่งสอนให้พลเมืองปฏิบัติตนตามบรรทัดฐานความประพฤติที่ถูกกำหนดไว้

จุดสูงสุดของระเบียบสังคมที่ว่านี้หาใช่อะไรอื่นนอกจากสถาบันกษัตริย์ไทย ที่โดยเฉพาะตั้งแต่ทศวรรษ 2500 เป็นต้นมาได้ทวีความสำคัญอย่างสูงในการเป็นศูนย์รวมของชาติไทย และดังนั้นจึงทำให้แบบแผนการปฏิบัติตนในราชสำนักหรือวิถีชาววังกลายเป็นสารัตถะของมารยาทไทยที่ถูกยกให้เป็นอุดมคติสำหรับคนไทยทุกคน ในขณะที่การปฏิวัติกระฎุมพีในยุโรปได้สถาปนาบรรทัดฐานพฤติกรรมแบบใหม่ที่วางอยู่บนฐานคติแบบเสรีนิยม โจรีชวนให้เราตั้งคำถามว่า เหตุใดกระฎุมพีไทยจึงนิยมรับเอาแบบแผนความประพฤติของราชสำนักมาใช้มากกว่าในที่อื่นๆ จนกลายเป็นสิ่งที่ครอบงำวิถีปฏิบัติทางสังคมของผู้คนในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันและถึงที่สุดแล้ว การสืบเสาะหาคำอธิบายให้กับปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้ยังช่วยให้เราเข้าใจว่า เหตุใดมารยาทจึงเป็นสิ่งที่เหล่าชนชั้นนำไทยหวงแหนมากถึงเพียงนี้

การเข้าใจประวัติศาสตร์มารยาทในหนังสือเล่มนี้จึงสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในห้วงยามที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับการตั้งคำถามต่อสถานะและอำนาจของสถาบันการเมืองต่างๆ อย่างถึงรากถึงโคน การต่อสู้และรอยแยกทางการเมืองร้าวลึกลงไปถึงปริมณฑลทางวัฒนธรรมและการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน การท้าทายขนบมารยาทดั้งเดิมหาใช่เพียงความก้าวร้าวไร้เหตุผล แต่คือกระบวนการสั่นคลอนเสาหลักทางวัฒนธรรมที่คอยค้ำจุนอำนาจในส่วนลึกที่สุดของสังคมไทย ดังที่เกษียร เตชะพีระ นักวิชาการด้านการเมืองวัฒนธรรมชี้ให้เห็นว่า ในการต่อสู้ทางการเมือง สามัญชนคนธรรมดามักขาดอำนาจรัฐและอำนาจทุน กระนั้นสิ่งที่พวกเขามีคืออำนาจทางวัฒนธรรม ซึ่งนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักประวัติศาสตร์ผู้ล่วงลับเสนอว่า วัฒนธรรมจะเป็นอาวุธสำหรับใช้เปลี่ยนแปลงสังคมได้ ก็ด้วยการเข้าใจประวัติศาสตร์และบริบทของมัน สร้างเรื่องเล่าอีกแบบที่มีพลังทัดทานต่อต้านเรื่องเล่าฉบับทางการที่ครอบงำสังคม เช่นกันกับที่หนังสือเล่มนี้ได้ฉายภาพให้เห็นความพยายามของคณะราษฎรหลังการปฏิวัติ 2475 ที่มุ่งปฏิรูปความประพฤติและกฎเกณฑ์การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่นการใช้คำว่า ผู้สุภาพ แทน ผู้ดี ซึ่งเป็นคำที่ผูกโยงกับชนชั้นสูง หรือวรรณกรรมหลายเรื่องในยุคนี้ที่เสียดเย้ยพฤติกรรมของผู้ดีไทย อาทิ บ้านทรายทอง ของ ก. สุรางคนางค์ เรื่องสั้นของ “นายผี” อัศนี พลจันทร เป็นต้น

หลักใหญ่ใจความของการศึกษาประวัติศาสตร์มารยาทจึงอยู่ที่การกระตุกให้เราฉุกคิดว่า มารยาทไม่ใช่พฤติกรรมธรรมชาติที่ไม่อาจปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง หากเป็นสิ่งที่สามารถท้าทายและช่วงชิงมาเป็นของประชาชนได้ เมื่อพิจารณาประวัติศาสตร์เช่นนี้แล้ว จินตนาการถึงสังคมใหม่และวิถีแบบใหม่ที่ผู้คนในสังคมปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาค ยุติธรรม และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จึงเป็นไปได้

----------


ประวัติศาสตร์มารยาทและความเป็นผู้ดีไทย
หนังสือชุดทวิพากษ์ ลำดับที่ 3

แพทริค โจรี (Patrick Jory) เขียน
วรรณา จรรยาประเสริฐ แปล
สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
จำนวน 408 หน้า ปกอ่อน
ISBN 9786169476764


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้