"มันจะเป็นจะตายไหมถ้าไม่ได้เขียนเรื่องนี้ออกมา?"
คุณลองถามตัวเอง หรือลองสมมติว่าเป็นใครสักคนหนึ่งที่ทักถามตัวคุณเอง ถ้าคุณตอบว่า"ใช่ว่ะ กูจะเป็นจะตายแน่นอน" นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเขียน
จงเขียนเรื่องราวที่สำคัญ เป็นวิกฤต เป็นทางแยก อกแทบแตก สิ่งซึ่งดำรงความจำเป็นต่อคุณ เพราะคุณจะไม่เขียนมันด้วยความเฉยชา และทำว่ามันเป็นเรื่องสัพเพเหระของคนอื่น แต่เขียนด้วยความใคร่กระหายที่จะบรรเทาและเข้าใจวิกฤตต่างๆ ในชีวิตของตัวคุณ และการเขียนนั่นเองที่ทำให้คุณอยากหายใจ ยังไม่อยากตาย
“สำหรับคุณ ความอยากเขียนมาพร้อมๆ กับความอยากเผยแพร่ไหม?
ตอนคุณจดปากกาลงสมุดบันทึก ‘ความรู้สึกนี้สำคัญต่อฉัน’ แต่สำคัญต่อคนอื่นหรือไม่?
ในตอนนั้นคุณคงยังไม่ทันถามตัวเอง มันสำคัญต่อคุณก่อน จึงเขียนลงในสมุดบันทึก
ต่อเมื่อคุณได้อ่านทวนซ้ำและพบว่ามีจุดร่วมบางอย่างกับคนอื่นๆ ความรู้สึกอยากแบ่งปันบังเกิดขึ้น
แบ่งปันอารมณ์ความรู้สึกของคุณ ประสบการณ์ของคุณ เรื่องราวของคุณ ความสงสัยใคร่รู้ของคุณ
ความรู้สึกอยากแบ่งปันก็คือความอยากเผยแพร่ สื่อสารออกไป ค้นพบว่าเรื่องราวที่คุณเขียน ‘มีค่า’ พอจะแบ่งปัน
อันที่จริงความรู้สึกมีค่าเกิดขึ้นกับคุณก่อน การเขียนทำให้คุณได้รับความมีค่า เหมือนวันหนึ่งคุณลุกขึ้นมาจัดการห้องรกๆ
ของคุณให้สะอาด ให้เป็นระเบียบ ให้อยู่ในที่ทางของมัน คุณเริ่มรู้จักจัดระเบียบ ทำความสะอาด
และเริ่มเข้าใจที่ทางและตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ในห้อง มันมีค่าเพราะคุณได้ออกแรงจัดการมัน
ห้องที่จัดเรียบร้อยแล้วคุณจึงอยากอวด อยากชวนเพื่อนมานั่งเล่น ชวนคนที่แอบชอบมานอนอ่านหนังสือ
ค่อยๆ แยกออกว่าอะไรคือเขียนแค่ระบายความในใจ กับอะไรที่คุณแบ่งปันและเผยแพร่ได้
นี่ไม่ได้พูดถึงเรื่องประโยชน์ที่สาธารณะควรจะได้รับ หรือรูปแบบแน่ชัดของการเขียนในงานเขียนของคุณ
การที่คุณค่อยๆ แยกออกนั้นก่อเกิดจากความรู้สึกว่าการกระทำนี้มีค่า มีค่าที่คุณค้นพบอะไรสักอย่างหนึ่งผ่านการเขียน
การเขียนคือเครื่องมือในการจัดการตัวคุณที่ยุ่งเหยิง หลากหลายสภาวะที่หลบในแล้วคุณสัมผัสมันด้วยถ้อยคำ
เหตุการณ์แปลกหน้า คุณยังไม่ทันรู้จักแต่กำลังพยายามทำความเข้าใจมัน คุณกำลังจัดการกับการรู้ที่ได้รับ และถ่ายคืนการรับรู้
ความมีค่าเกิดจากที่คุณใช้ถ้อยคำเป็น เป็นในแง่คุณสามารถใช้เครื่องมือนี้ เรียนรู้ ทำความเข้าใจ อธิบาย
สิ่งที่ไร้รูปร่างให้เป็นเรือนร่าง ต่อให้คุณมีประสบการณ์โชกโชน ผ่านชีวิตโลดโผน ได้พบสิ่งที่ล้ำลึก ถ้าหากแบ่งปันไม่ได้
เขียนบอกไม่ได้ ก็คงมืดมนอยู่ในหนทางของการสื่อสาร
..................................................................
ทะเลไม่ร้องไห้ แต่มนุษย์ร้องไห้ และคุณเขียนถึงการร้องไห้ของทะเลได้ เมื่อเสียงคลื่นทำให้คุณรำลึกถึงบางสิ่ง
คุณไม่ได้ใช้คำและเขียนเพื่อโกหกทะเล แต่เมื่อคุณเปรียบตนเป็นทะเล คุณกำลังบอกบางสิ่งที่อยู่ในช่องอกของตัวเอง
และคุณรู้ได้ ว่านี่คือสิ่งมีค่า ไม่ใช่แค่เพียงเพราะคุณร้องไห้จึงมีค่า
แต่คุณได้ยินเสียงทะเลโยกไหวไปในจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจคุณ มันมีค่าเพราะคุณเขียนบอกสิ่งนี้ออกมาได้”
..................................................................
ความเรียง เล่าถึงการเป็นนักเขียน ว่าคิดอะไร รู้สึกกับอะไร หรือคนที่อยากเป็นนักเขียน น่าจะสังเกตอะไร บ่มเพาะ และก่อร่างสร้างตัวเองแบบไหน
ซึ่งกลายเป็นหนังสือสำหรับเพิ่มพลังและเติมไฟในการทำงานทุกๆ ด้าน ที่จะทำให้การงานและตัวเราเดินไปด้วยกันอย่างมีความหมาย
----------
หัวใจนักเขียน ฉบับปรับปรุงจัดพิมพ์ใหม่
ISBN: 978-616-94697-1-1
อุทิศ เหมะมูล เขียน
ออกแบบปกและรูปเล่ม กิตติพล สรัคคานนท์
พิสูจน์อักษร สุภัทริณี ศรประดิษฐ์
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์จุติ
จัดจำหน่ายโดยรีดดี้
หนังสือขนาด 10.5 x 14.5 ซม.
จำนวนหน้า 304 หน้า ปกอ่อน
ราคา 290 บาท